แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - HS5TQA

หน้า: [1] 2 3
1
เรื่อง การขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่นในระบบ APRS
จุดประสงค์ เพื่อกำกับดูแลการรบกวนและจัดสรรค์ความถี่ให้มีประสิทธิภาพ
     ในระบบ APRS นั้นเป็นระบบดิจิตอลในโหมดซิมเพล็กซ์ หรือระบบสื่อสารดิจิตอลความถี่เดียว มันจึงไม่เข้าข่ายตามจุดประสงค์การควบคุม อีกทั้งระบบ APRS มีใช้กันมานานและกำกับดูแลปัญหากันเองได้ดีอยู่แล้ว เป็นไปตามกลไกของระบบของผู้ใช้และผู้ให้บริการร่วมกันมา

ผู้ให้บริการได้แก่
สถานีไอเกท หรือ อินเทอร์เน็ตเกตเวย์ ซึ่งเป็นสถานีที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากวิทยุส่งเข้าสู่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือในทางกลับกัน จึงเข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่นด้วย(คาดว่าจะประกาศแก้ไขยกเลิกทีหลัง)
สถานีดิจิรีพีทเตอร์ ซึ่งเป็นสถานีทวนสัญญาณดิจิตอลแบบซิมเพล็กซ์ หรือทวนข้อมูลเดิมในช่องความถี่เดิม จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น

ผู้ใช้บริการได้แก่
สถานีแทรกเกอร์ หรือสถานีติดระบบส่งจีพีเอสระบุตำแหน่งพิกัด ติดตั้งในรถ เรือ เครื่องบิน ฯลฯ เป็นการรับส่งข้อมูลจากวิทยุสู่วิทยุ จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น
สถานีบีค่อน หรือสถานีประจำที่แจ้งพิกัดต่าง ๆ เป็นการรับส่งข้อมูลจากวิทยุสู่วิทยุ จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น
สถานีตรวจวัดอากาศอัตโนมัติ เป็นสถานีส่งข้อมูลตรวจวัดสภาพอากาศ เป็นการรับส่งข้อมูลจากวิทยุสู่วิทยุ จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น
สถานีโทรมาตร หรือสถานีส่งข้อมูลดาต้าตรวจวัดต่าง ๆ(Telemetry) เป็นการรับส่งข้อมูลจากวิทยุสู่วิทยุ จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น
เครื่องมือแทรกเกอร์หรือมอนิเตอร์ ที่ทำงานบนสมาร์ทโฟนหรือบนคอมพิวเตอร์ ทำงานอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ตโดยตรงอยู่แล้ว จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น

สถานีไอเกทมีหลายลักษณะดังต่อไปนี้
สถานีไอเกทแบบประจำที่ หากอุปกรณ์สื่อสารและการตั้งสถานีถูกต้องตามกฏหมายแล้ว ให้ดำเนินการยื่นเรื่องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น ได้ทันทีตามประกาศ หากไม่หรือเกรงว่าจะมีปัญหาภายหลัง ให้ดำเนินการปิดบีค่อนส่งพิกัดตำแหน่งที่โปรแกรมไอเกทไปก่อนซึ่งจะยังคงบริการได้ตามปกติเพียงแค่ไม่แสดงสถานีไอเกทบนแผนที่เท่านั้น จนกว่าจะมีประกาศใหม่ให้ยกเลิกการขอต่อไป
สถานีไอเกทแบบเคลื่อนที่ ด้วยการทำงานที่มักรับอย่างเดียวหรือส่งออกไม่ไกล เปิด ๆ ปิด ๆ จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตแต่อย่างใด

สรุปสั้น ๆ คือ สถานีไอเกทประจำที่ ที่มีข้อมูลสถานีถูกต้องทั้งเครื่องมือสื่อสารและการตั้งสถานีนั้น ให้ดำเนินการยื่นเอกสารตามแบบฟอร์ม AR-01 ไปยังสมาคมในจังหวัดท่านได้เลย ส่วนสถานีอื่น ๆ นอกจากนี้ไม่ต้องดำเนินการอะไร ให้ใช้ไปตามปกติต่อไป

2
จากเอกสารที่ฝรั่งเค้าอธิบายเรื่องบิทสัญญาณ GFSK เอาไว้ตามลิงค์ http://aprs.nakhonthai.net/forum/index.php?topic=34.0 อ่านดูแล้วก็เข้าใจง่ายดี เมื่อทดลองจริง ก็ใช้โมดูลวิทยุ FC301D ต่อสัญญาณออกมาทางพอร์ต TNC 9600 แล้วใช้คอมพิวเตอร์บันทึกเสียงไว้ด้วยโปรแกรม GoldWave จากนั้นเรามาไล่วิเคราะห์สัญญาณกันดูทีละไซน์เคิ้ล ผลที่ได้วิเคราะห์ออกมาได้ค่อนข้างง่ายกว่า AFSK ที่ไม่ต้องแปลงสัญญาณอะไรเลย ได้บิทตามรูปแบบสัญญาณที่แสดงเลย ไม่ซับซ้อน

ผมได้แนบไฟล์ภาพโครงสร้างเฟรมข้อมูล โดยอธิบายง่าย ๆ ว่า เมื่อเริ่มส่งก็จะส่ง Bit Syn เป็นบิท 0 และ 1 สลับกันไป 64ครั้ง แล้วตามด้วย Frame Syn. จำนวน 15ตัว คือ 111011001010000 เมื่อไปนั่งดูรูปสัญญาณ...โอเค เป๊ะเลย นี่ละคือจุดเริ่มต้นของข้อมูล DSTAR ครับผม

หากสังเกตุและวิเคราะห์ปัญหาต่อกันอีกสักนิดหนึ่ง จะเห็นได้ว่าสัญญาณเสียงมันสามารถสลับขั้วได้ใช่ไหมล่ะ ? ใช่ครับมันสลับขัวแล้วบิทข้อมูลที่ได้จะกลับทิศทางกันหมดเลย ดังนั้นหากเล่นกับสัญญาณอนาล๊อค(เสียง)แล้ว จึงต้องคำนึงถึงด้วยว่า สัญญาณที่ออกมาจากวิทยุรับส่งมันสลับขั้วไหม ?


3
การอับเดทเฟิร์มแวร์ APRSTH ให้ TPLINK-MR3020 โดยผ่านคำสั่ง


ในการอับเดทผ่านคำสั่งในเชลล์คอมมานด์ไลน์นั้น ตัวเร้าเตอร์จะต้องทำงานปกติและเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้อยู่แล้วเท่านั้น ซึ่งเราต้องดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ใหม่จากเว็บไซต์แล้วมาทำการติดตั้งลงไปใหม่ และไม่ควรทำออนไลน์ เพราะเมื่อติดตั้งเสร็จสิ้นแล้วคอนฟิกซ์เดิมจะหายไปทั้งหมด จำเป็นจะต้องตั้งค่าใหม่ทั้งหมด หากไม่ได้อยู่ในเน็ตเวิร์คเดิมจะทำให้เข้าถึงไม่ได้ ต้องสลับสายแลนเป็นต้น มาเริ่มกันเลยด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

1.เปลี่ยนไดเร็คทอรี่ไปพื้นที่แรม
โค๊ด: [Select]
cd /tmp

2.สั่งดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ใหม่มา
โค๊ด: [Select]
wget http://aprs.nakhonthai.net/downloads/aprsth_mr3020.bin

3.สั่งอับเดทเฟิร์มแวร์ใหม่
โค๊ด: [Select]
mtd -r write aprsth_mr3020.bin



4.รอรีบูทเสร็จสิ้น เชื่อมต่อใหม่ด้วยไอพี 192.168.1.1 หรือเข้าหน้าเว็บ http://192.168.1.1 แล้วไปคอนฟิกซ์ใหม่ทั้งหมด


หมายเหตุ
-กรณีอับเดทไม่สมบูรณ์หรือเสียหาย สามารถซ่อมโดยการอับเดทผ่านบูทโหลดเดอร์ได้จากบทความ http://aprs.nakhonthai.net/forum/index.php?topic=18.0
-หากต้องการอับเดทครั้งต่อไป สามารถใช้หน้าเว็บอินเตอร์เฟส อับเดทเฟิร์มแวร์รุ่นใหม่ ๆ ได้เลย หรือจะใช้วิธีคำสั่งนี้ก็ได้

4
จากวิทยุทั้ง 3เครื่อง ใน 3ระบบที่แตกต่างกัน ตามภาพจะเห็นได้ว่า C4FM ใช้แบนวิดธ์ที่สูงกว่าเพื่อน เพราะใช้ความเร็วสูงสุดที่ 9600bps ส่วน D-STAR และ dPMR นั้นใช้ความเร็ว 4800bps แต่ม๊อดดูเล็ตต่างกัน แต่สัญญาณออกจากคลื่นวิทยุจริงๆ แล้ว dPMR ที่ม๊อดดูเล็ตแบบ 4FSK ใช้แบนวิดธ์ที่แคบที่สุด

5
System Fusion (C4FM) / รีวิว FT2DR จากญี่ปุ่น
« เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2015, 10:24:21 PM »
เห็นภาพมานาน รีวิวการใช้งานเพิ่งโผล่มาให้เห็น มาดูว่ามันเทพยังไง ?
หลัก ๆ ที่เห็นคือจอขาวดำ ทัสกรีน เสียบไมค์นอกถ่ายรูปได้ แน่นอนว่าน่าจะรับส่งรูปผ่านระบบดิจิตอลได้

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=jyC62kWaeDk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=jyC62kWaeDk</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=GdSfxCX8PVY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=GdSfxCX8PVY</a>

6
ดูกันง่าย ๆ ด้วยการเอา SDR วัดดูนะครับ
จากภาพยอดด้านซ้ายจะเป็นสัญญาณจากวิทยุ Echolink ในโหมด FM แถบความกว้างการเบี่ยงเบนความถี่ก็ไปตามปริมาณเสียงที่ม๊อดดูเล็ตแบบ FM  ส่วนยอดด้านขวาเป็นสัญญาณจากวิทยุไอค่อมดิจิตอลในระบบ D-STAR ม๊อดแบบ GFSK จะสังเกตุว่ามันกินแถบกว้างแบบเกือบจะคงที่ชัดเจน จะมีเสียงพูดออกไปหรือไม่ก็กินเท่าเดิม และหากวัดดูดี ๆ แล้วจะกินแบนวิดธ์อยู่ไม่เกิน 10KHz

7
การติดตั้งเฟิร์มแวร์ APRSTH บนเร้าเตอร์ TP-Link MR3020

ขอเกริ่นเรื่อง TL-MR3020 ก่อนว่า มันเป็นเร้าเตอร์ 3G ตัวเล็กราคาถูก(800-1500บาท) ประสิทธิภาพสูงที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งได้เคยแนะนำให้เพื่อนสมาชิกได้ใช้งานกันมานานมากแล้วและได้รับความสนใจกันไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่หลายท่านไม่ถนัดกับระบบปฏิบัติลีนุกซ์อาจทำให้สับสนไม่เข้าใจจนกระทั้งติดตั้งใช้งานกันได้ยาก ดังนั้นทางผมเลยช่วยทำอิมเมจสำเร็จเพื่อใช้งานเครือข่าย APRS มาแจกจ่ายให้ไปใช้งานกันได้ง่ายขึ้น

สำหรับหัวข้อนี้จะขอแนะนำการนำเอาตัวเร้าเตอร์ TL-MR3020 ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ ยังไม่ได้ผ่านการปรับเปลี่ยนเฟิร์มแวร์ใด ๆ หรือพูดง่าย ๆ คือแกะกล่อง เลยว่างั้น จะอธิบายเป็นขั้นตอน(Step by Step) โดยเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น APRSTH นี้สามารถติดตั้งเปลี่ยนของเดิมพร้อมใช้งานได้ทันที ในการอับเดทเฟิร์มแวร์เพียงครั้งเดียว และพัฒนาให้ตั้งค่าต่าง ๆ ได้ผ่านหน้าเว็บบริการบราวน์เซอร์

มาเริ่มกันเลย
1.จัดเตรียมเครื่องมือ แน่นอนว่าต้องใช้คอมพิวเตอร์ 1เครื่องพร้อมการ์ดแลนในตัว เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ ให้เรียบร้อย แล้วค่อยปิดอินเทอร์เน็ตออกให้หมด(แนะนำ) ที่แนะนำให้ปิดเพราะบางเครื่องไอพีมันชนกับเร้าเตอร์อินเทอร์เน็ตที่ท่านใช้งานอยู่ ถ้าชำนาญแล้วไม่ว่ากัน หรือจะใช้คอมพิวเตอร์ตัวอื่นดาวน์โหลดใส่แฟลชไดร์มาก็ได้เช่นกัน ในขั้นตอนการติดตั้งนั้นไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเลยนอกจากดาวน์โหลดอิมเมจและซอฟร์แวร์ดังต่อไปนี้

ให้เข้าเว็บ http://aprs.nakhonthai.net แล้วดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์มาคือ APRSTH_MR3020_R001.bin


2.กำหนดไอพีการ์ดแลนในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก่อน เพื่อให้อยู่วงคลาสเดียวกับเร้าเตอร์ โดยในที่นี่เราใช้
IP:192.168.0.100
Netmark:255.255.255.0



3.ต่อสายแลน(สายแบน ๆ กับหัว RJ45) ระหว่างเร้าเตอร์กับคอมพิวเตอร์โดยตรงได้เลย แล้วเสียบปลั๊กไฟ(ที่เป็นสาย USB) ให้เจ้าเร้าเตอร์ตัวน้อย ให้รอสักครู่จนไฟกระพริบติดเกือบหมด แล้วเปิดบราวน์เซอร์(จะเป็น ie,firefox,chome..) ในตัวอย่างเราใช้ Google Chrome แล้วใส่ช่อง URL เป็น http://192.168.0.254 ซึ่งเป็นค่าดีฟอลต์ของเร้าเตอร์ที่มาจากโรงงาน ก็จะขึ้นให้ล๊อกอิน โดยมี ชื่อผู้ใช้ admin และรหัสผ่าน admin เช่นกัน


4.เมื่อล๊อกอินเข้าหน้าเว็บ TP-LINK ได้แล้ว ขั้นตอนนี้เราจะติดตั้งอิมเมจที่เป็น Generic ก่อน ให้เลื่อนหน้าต่างลงไปในแทบ System Tools แล้วคลิ๊กที่ -Firmware Upgrade จากนั้นให้คลิ๊กปุ่ม [เลือกไฟล์]


เมื่อขึ้นหน้าต่างแสดงไดร์ ให้เลือกไฟล์ที่เราได้ดาวน์โหลดมา APRSTH_MR3020_R001.bin แล้วคลิ๊กปุ่ม [Open]


จะได้หน้าต่างที่แสดงชื่อไฟล์ ปรากฏข้าง ๆ ปุ่มเลือกไฟล์ จากนั้นกดปุ่ม [Upgrade]
มันจะขึ้นหน้าต่างถามความมั่นใจอีกครั้ง ให้กดปุ่ม [ตกลง]


ก็จะขึ้นหน้าต่างให้รอ ช่วงนี้ห้ามไฟดับ ทำสายหลุด คอมแฮงค์ ฯลฯ


เมื่อมันอับเกรดเสร็จแล้วก็จะขึ้นให้รีสตาร์ท ..นั่งรอมันต่อไป


สำเร็จแล้ว... เราจะได้อิมเมจของ APRSTH


5.ขั้นตอนนี้เป็นการเข้าใช้งาน โดยเราต้องเปลี่ยนไอพีเครื่องใหม่ให้ตรงกับเฟิร์มแวร์เร้าเตอร์ของเราที่อับเดทเปลี่ยนแปลงไป สำหรับ OpenWrt นั้นค่าไอพีดีฟอลต์มันอยู่ที่ 192.168.1.1 ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนไอพีให้การ์ดแลนกันใหม่อีกครั้ง


เมื่อเปลี่ยนไอพีในคลาสเดียวกันแล้ว ก็ใช้บราวเซอร์เปิดเข้าเว็บ http://192.168.1.1 เราจะพบกับหน้าล๊อกอิน โดยปกติ OpenWrt จะมี Username: root 
Password: admin



เมื่อล๊อกอินสำเร็จก็จะเข้าสู่เว็บเซอร์วิส พร้อมตั้งค่าใช้งานในแบบง่าย ๆ ได้เลย


การตั้งค่าไอเกทด้วย aprx นั้นสามารถตั้งค่าได้บนหน้าเว็บได้แล้ว


ที่เหลือก็ลุยต่อได้เลย ค่าปกติมีไปให้พร้อมทำงานอยู่แล้ว แก้ในส่วนที่ต้องแก้ไขเช่นนามเรียกขานใหม่ ตำแหน่งใหม่เป็นต้น หากยังไม่แก้ไขอะไรแล้วมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว มันจะใช้ค่าเดิมทำงานลิงค์กับเซิร์ฟเวอร์ทันทีดังภาพ


8
11 ข้อดีของวิทยุระบบดิจิตอล DV(Digital Voice)/DD(Digital Data)

ด้วยประสบการณ์อันน้อยนิด ที่ได้ทดสอบและลองเล่นมาได้ไม่กี่วัน เลยหยิบข้อดีมันมาฝากกันครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วมีมากกว่านี้ หากท่านใด้มีเพิ่มก็มาช่วยเสริมด้วยนะครับ

1.ใช้แบนด์วิธที่แคบกว่า แคบสุดที่ 6.25KHz ในระบบ DMR/dPMR/P25/D-STAR และ 12.5KHz ในระบบ C4FM(Fusion System) จึงแบ่งช่องได้มากกว่าด้วยเช่นกัน การข้ามช่องข้างเคียงก็น้อยกว่าด้วยเช่น เฟสช่องข้าง ๆ มาทางดิจิตอลมันดีโค๊ดสัญญาณไม่ได้ก็เท่ากับรับไม่ได้ไม่มีเสียงออกลำโพงให้รบกวน ต่างจากอนาล๊อกที่จะมีเสียงกวนออกลำโพงมาให้ได้ยินจนรำคาญให้เกิดปัญหากันวุ่นวายแบบเดิม ๆ

2.รับส่งได้ไกลกว่า ไปไกลกว่าเพราะแบนด์วิธที่แคบกว่าเป็นเหตุหลัก เบนด์วิธที่แคบกว่าทำไมถึงรับส่งไปได้ไกลกว่าแบนด์วิธกว้าง ๆ มีองค์ประกอบด้วยกันหลายสาเหตุ ให้ไปศึกษาเพิ่มเอานะครับ

3.คุณภาพเสียงต่อสัญญาณรบกวนต่ำกว่า เช่นในอนาล๊อกฟังเสียงซ่า ๆ เบา ๆ จับใจความไม่ค่อยได้ แต่ในดิจิตอลยังเสียงดังฟังชัดเหมือนเดิมหากสัญญาณ RF รับไม่ได้ก็จะขาดหายเลย เหมือนกับคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ

4.ส่งข้อความนามเรียกขานขณะคุยพร้อมกันได้ ทำให้คู่สนทนาหรือสถานีอื่น ๆ มองเห็นเป็นตัวอักษรบนหน้าจอแสดงผล ทำให้ไม่ต้องทวนถามคอลซายน์หรือขานคอลซายน์บ่อยครั้งให้เปลืองความถี่ ในบางเครื่องสามารถบันทึกข้อมูลการติดต่อทั้งรับและส่งลงหน่วยความจำโดยอัตโนมัติได้เลยไม่ต้องมานั่งจดล๊อคบุ๊ค และบางเครื่องสามารถบันทึกเสียงสนทนาได้ด้วย

5.ส่งพิกัดตำแหน่งจีพีเอสขณะคุย ทำให้คู่สนทนาหรือสถานีอื่น ๆ ทราบว่าอยู่ตำแหน่งใด ทิศทางใด ระยะทางห่างกันเท่าใด และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าใด เป็นต้น

6.เลือกใช้รีพีทเตอร์หรือเกตเวย์ แม้จะใช้ความถี่เดียวกันในพื้นที่เดียวกัน ผู้ใช้สามารถเลือกได้เองว่าจะให้สถานีรีพีทเตอร์หรือเกตเวย์ใดทำงาน(ปกติก็ต้องเลือกใช้อยู่แล้ว) บางเครื่องสามารถใช้โหมดเลือกอัตโนมัติได้คือ หากเครื่องมันรับสถานีรีพีทหรือเกตเวย์ไหนได้ชัดมากกว่าหรือติดต่อกับสถานีนั้นได้ ก็จะสลับไปใช้สถานีนั้นโดยอัตโนมัติได้เลย

7.ผ่านลิ้งค์รีพีทเตอร์หรือเกตเวย์คุณภาพเสียงคงเดิม รับเข้ามาอย่างไรออกไปอย่างนั้นเพราะมันเป็นข้อมูลดิจิตอล ในอนาล๊อกจะมีปัญหาคุณภาพเสียงไปตามการต่อสายอินเตอร์เฟสเสียงกับวิทยุรับส่ง ในระบบแอ็คโค่ลิ้งค์คงทราบปัญหานี้กันเป็นอย่างดี จะได้ยินคุณภาพเสียงสารพัดรูปแบบตั้งแต่ผู้ส่ง สถานีลิ้งค์ ยันปลายทางผู้รับฟัง

8.เลือกคุยสองต่อสองผ่านเกตเวย์ได้โดยตรงระหว่างสถานีได้ เช่นปกติเราอยู่ห้องรวม(คล้าย ๆ แอ็คโค่ลิ้งค์) เราใช้วิทยุรับส่งกด DTMF ต่อไปคุยกันสองต่อสองได้เลย(ห้องกลางไม่ได้ยิน) เป็นการคุยกันโดยตรงระหว่าง 2สถานีโดยผ่านลิงค์เกตเวย์

9.รับส่งข้อความและภาพได้ ตัวอย่างในระบบ D-STAR ของไอค่อมต้องต่อคอมฯหรือแอนดรอยเพิ่ม แต่ใน System Fusion ของยาอีสุ เล่นบนเครื่องวิทยุได้เลย

10.ไม่เกิดลูปวนเมื่อผ่านลิ้งค์ ในระบบดิจิตอลมันตรวจสอบได้ว่าเป็นข้อมูลที่ซ้ำกันสถานีเดียวกันก็จะเลือกว่าให้ผ่านลิงค์สถานีใด ๆ และมันฉลาดพอที่จะเลือกเอาข้อมูลที่ดีที่สุด หากเป็นอนาล๊อกเช่นแอ็คโค่ลิ้งค์ สถานีลิ้งค์ที่ใช้ความถี่เดียวกันรับส่งถึงกันจะเกิดการลูปวนขึ้นได้(ที่ได้ยินเป็นเสียงสะท้อนยาว ๆ) ซึ่งก็แก้โดยการใส่โทนแต่ก็ลำบากต่อผู้ใช้อีกทอดที่ต้องใส่โทนตาม

11.รีพีทเตอร์หรือเกตเวย์แชร์ ข้อสุดท้ายแต่คงไม่ท้ายสุด ในข้อนี้ผมยังไม่ได้ทดสอบทดลองเป็นเพียงคำบอกกล่าวจากท่านอื่นที่มีประสบการณ์มายาวนาน กล่าวคือ เราสามารถมีสถานีรีพีทเตอร์หรือเกตย์เวย์หลาย ๆ ตัวในพื้นที่เดียวกันความถี่เดียวกัน แล้วให้มันเลือกรับสัญญาณที่ดีสุดได้ เช่่นในอำเภอหนึ่ง ได้ตั้งสถานีรีพีทเตอร์หรือเกตเวย์ ไว้ 10สถานีกระจายไปในแต่ละตำบล เมื่อมีผู้ใช้กดคีย์ส่ง สมมุติว่ารับได้สัก 5สถานี ก็จะส่งข้อมูลไปพร้อม ๆ กัน ทางเกตเวย์ก็จะเลือกอีกทีว่าใน 5สถานีนั้น สถานีใดรับได้ดีที่สุด ก็จะเอาข้อมูลนั้นไปแชร์ออกห้องกลางสนทนาในระบบต่อไป ก็จะทำให้คุณภาพสัญญาณที่แชร์ออกไปยังกลุ่มผู้รับฟัง เป็นสัญญาณที่ดีที่สุดนั่นเอง ซึ่งก็แปลได้ว่าหากขับรถอยู่ มันก็ชัดตลอดการเดินทาง ไม่สวิงวูบ ๆ วาบ ๆ หรือขาดหาย ถ้านึกอะไรไม่ออกก็เหมือนกับคุยมือถือขณะขับรถนั่นละครับ

9
General Knowledge / ความรู้ทั่วไป / Gaussian Frequency Shift Keying (GFSK)
« เมื่อ: เมษายน 19, 2015, 12:59:43 PM »
Gaussian Frequency Shift Keying (GFSK)

The FH PHY uses Gaussian frequency shift keying (GFSK).
  • Frequency shift keying encodes data as a series of frequency changes in a carrier. One advantage of using frequency to encode data is that noise usually changes the amplitude of a signal; modulation systems that ignore amplitude (broadcast FM radio, for example) tend to be relatively immune to noise. The Gaussian in GFSK refers to the shape of radio pulses; GFSK confines emissions to a relatively narrow spectral band and is thus appropriate for secondary uses. Signal processing techniques that prevent widespread leakage of RF energy are a good thing, particularly for secondary users of a frequency band. By reducing the potential for interference, GFSK makes it more likely that 802.11 wireless LANs can be built in an area where another user has priority.
  • The term keying is a vestige of telegraphy. Transmission of data across telegraph lines required the use of a key. Sending data through a modern digital system employs modulation techniques instead, but the word keying persists.
2-Level GFSK

The most basic GFSK implementation is called 2-level GFSK (2GFSK). Two different frequencies are used, depending on whether the data that will be transmitted is a 1 or a 0. To transmit a 1, the carrier frequency is increased by a certain deviation. Zero is encoded by decreasing the frequency by the same deviation. Figure 11-5 illustrates the general procedure. In real-world systems, the frequency deviations from the carrier are much smaller; the figure is deliberately exaggerated to show how the encoding works.

The rate at which data is sent through the system is scalled the symbol rate. Because it takes several cycles to determine the frequency of the underlying carrier and whether 1 or 0 was transmitted, the symbol rate is a very small fraction of the carrier frequency. Although the carrier frequency is roughly 2.4 billion cycles per second, the symbol rate is only 1 or 2 million symbols per second.



Figure 11-5. 2-level GFSK


Frequency changes with GFSK are not sharp changes. Instantaneous frequency changes require more expensive electronic components and higher power. Gradual frequency changes allow lower-cost equipment with lower RF leakage. Figure 11-6 shows how frequency varies as a result of encoding the letter M (1001101 binary) using 2GFSK. Note that the vertical axis is the frequency of the transmission. When a 1 is transmitted, the frequency rises to the center frequency plus an offset, and when a 0 is transmitted, the frequency drops by the same offset. The horizontal axis, which represents time, is divided into symbol periods. Around the middle of each period, the receiver measures the frequency of the transmission and translates that frequency into a symbol. (In 802.11 frequency-hopping systems, the higher-level data is scrambled before transmission, so the bit sequence transmitted to the peer station is not the same as the bit sequence over the air. The figure illustrates how the principles of 2GFSK work and doesn't step through an actual encoding.)



Figure 11-6. GFSK encoding of the letter M


4-Level GFSK

Using a scheme such as this, there are two ways to send more data: use a higher symbol rate or encode more bits of information into each symbol. 4-level GFSK (4GFSK) uses the same basic approach as 2GFSK but with four symbols instead of two. The four symbols (00, 01, 10, and 11) each correspond to a discrete frequency, and therefore 4GFSK transmits twice as much data at the same symbol rate. Obviously, this increase comes at a cost: 4GFSK requires more complex transmitters and receivers. Mapping of the four symbols onto bits is shown in Figure 11-7.



Figure 11-7. Mapping of symbols to frequencies in 4GFSK



With its more sophisticated signal processing, 4GFSK packs multiple bits into a single symbol. Figure 11-8 shows how the letter M might be encoded. Once again, the vertical axis is frequency, and the horizontal axis is divided into symbol times. The frequency changes to transmit the symbols; the frequencies for each symbol are shown by the dashed lines. The figure also hints at the problem with extending GFSK-based methods to higher bit rates. Distinguishing between two levels is fairly easy. Four is harder. Each doubling of the bit rate requires that twice as many levels be present, and the RF components distinguish between ever-smaller frequency changes. These limitations practically limit the FH PHY to 2 Mbps.



Figure 11-8. 4GFSK encoding of the letter M


 


 

10
D-STAR / ทดสอบ D-STAR Hotspot (โปรเจ็คต้นแบบ)
« เมื่อ: เมษายน 15, 2015, 11:58:09 AM »
ทดสอบดีสตาร์ฮอตสปอต โดยใช้โปรเจ็ค DVSP2 ต่อกับ Banana Pi หน้าจอแสดงผล LCD แสดงให้เห็นว่าผ่านเกตเวย์ใด ใครกำลังพูดอยู่ เป็นต้น ไม่ต้องต่อวิทยุรับส่งเพิ่ม มีเท่าที่เห็น ส่วนเสียงที่ได้ยินนั้น ใช้วิทยุ ICOM IC2200-T เปิดฟังไว้ต่างหากที่ความถี่ 145.7875MHz และกดคีย์เข้าคุยได้เลย

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=2ncHTRCEFbs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=2ncHTRCEFbs</a>

11
D-STAR / ทดสอบ DVSP+BananaPi บนระบบ D-STAR
« เมื่อ: เมษายน 15, 2015, 11:53:42 AM »
D-STAR Hot spot on VHF 145.7875Mhz testing. DVSP link to Banana Pi.
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=ZySDD1V13Qw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=ZySDD1V13Qw</a>

12
เปิดโครงการ APRSTH ในเครือข่ายวิทยุ CB

     ก่อนอ่านข้อเสนอต่อไปนี้ ขอเกริ่นก่อนว่า APRS คืออะไร ? ใช้อย่างไร ? ทำไมต้องใช้ ? มีไปทำเพื่อ...ฯลฯ (ท่านที่เข้าใจดีแล้วให้ข้ามไป) เชื่อว่าทุกท่านจะผุดคำถามนี้ขึ้นมาในหัวอย่างแน่นอนใช่ไหม ? เอาละ ไม่เยิ่นเย้อ..ว่ากันเลย APRS ย่อมาจาก Automatic Packet Report System แปลกันง่าย ๆ ว่าคือ "ระบบรายงานข้อมูลอัตโนมัติ" ลงลึกอีกหน่อยก็คือรูปแบบการสื่อสารหนึ่งทางดิจิตอล เปรียบเทียบคล้าย ๆ กับโปรโตคอล HTML หรือเว็บนั่นละ มันก็วิ่งอยู่เครือข่ายหลาย ๆ เครือข่าย ในเว็บก็มีบริการทั้งวีดีโอ แสดงเพจ ฟังเพลง แชทฯลฯ เช่นเดียวกัน APRS ก็วิ่งบนหลายเครือข่ายได้ และการใช้งานก็มีทั้งส่งพิกัดจีพีเอส ข้อมูลตรวจวัดอากาศ แชทข้อความ ข้อมูลในระบบโทรมาตร ฯลฯ ได้เช่นกัน

     เดิมระบบ APRS เป็นของนักวิทยุสมัครเล่นเท่านั้น เราก็ได้พัฒนาจากระบบวิทยุสมัครเล่นที่ได้มีการทดลอง ใช้งาน ต่าง ๆ นา ๆ กันมานานมากแล้ว เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนทั่วไป มิใช่จำกัดเฉพาะกลุ่มที่ต้องเป็นนักวิทยุสมัครเล่นเท่านั้น เมื่อเราได้พัฒนามาก็คงต้องเปลี่ยนชื่อกันสักหน่อยโดยใช้ชื่อ APRSTH (Automatic Packet Report System Thailand) ซึ่งเราได้พัฒนาระบบเครือข่ายและบริการเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ทั้งเครือข่ายวิทยุสมัครเล่นและประชาชนทั่วไป ภายใต้การพัฒนานั้นเราได้พัฒนาทั้งทางด้าน ฮาร์ดแวร์ ซอฟร์แวร์ เครือข่ายตลอดจนงานบริการเซิร์ฟเวอร์ อีกทั้งระบบคงรองรับกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หรือซอฟร์แวร์เดิมอีกด้วย

     เนื่องจากเราได้พัฒนามาจาก APRS (เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น) ดังนั้นรูปแบบโปรโตคอลรวมถึงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ สามารถนำของวิทยุสมัครเล่นที่มีอยู่ทั้งของต่างประเทศและในประเทศ มาใช้งานได้เช่น Traceker,TNC,IGate,Mobile App เป็นต้น ในปัจจุบันเรานิยมใช้งาน APRS ผ่านระบบกัน 2ทางด้วยกันคือ 1.ทางคลื่นวิทยุ และ 2.ทางสมาร์ทโฟน

1.APRSTH ผ่านเครือข่ายคลื่นวิทยุรับส่ง
     หากเราจะนำข้อมูลดิจิตอลส่งผ่านคลื่นวิทยุรับส่งนั้น เราต้องแปลงข้อมูลดิจิตอลเป็นอนาล๊อกหรือทางกลับกัน(TNC) ด้วยการม๊อดดูเลตในแบบต่าง ๆ ในที่นี้เราใช้การม๊อดดูเลตแบบ AFSK(Audio Frequency Shift Keying) พูดง่าย ๆ คือเราให้ความถี่ 1200Hz แทนบิท 0 และ 2200Hz แทนบิท 1 และสังเกตุคำว่า Audio แปลกันง่าย ๆ เลยว่ามันเป็นเสียงเราสามารถส่งผ่านข้อมูลนี้ผ่านทางไมค์วิทยุได้ และฟังมาจากลำโพงได้เช่นกัน จึงทำให้เกิดความนิยมอย่างแพร่หลายเพราะสามารถนำวิทยุรุ่นยีห้อใด ๆ ก็ได้ที่รับส่งเสียงได้(มีแบนด์วิธไม่ต่ำกว่า 12.5KHz) นำมาใช้ AFSK ได้ทันที ก็แปลว่านำวิทยุรุ่นเก่า ๆ กลับมาเล่นโหมดดิจิตอลในยุคใหม่ได้เช่นกัน ทำให้วิทยุรุ่นเก่า ๆ คงมีค่าใช้งานได้อยู่นั่นเอง
เอาละ..ด้วยการม๊อดดุเลตแบบ AFSK มันทำความเร็วได้ไม่สูงมากนัก ทำได้เพียง 1200bps หรือประมาณ 150 ตัวอักษรต่อวินาที แต่ก็เร็วเพียงพอต่อการส่งข้อความสั้น ๆ เช่นข้อมูลพิกัดจีพีเอส ข้อมูลตรวจอากาศ ข้อความสั้น ๆ เป็นต้น ข้อความเหล่านี้ใช้เวลาไม่เกิน 3วินาทีในการส่งแต่ละครั้งเท่านั้น และเสียงที่ออกทางลำโพงที่ได้รับฟังทางวิทยุสื่อสาร ก็จะเป็นเสียงข้อมูลอี๊ด ๆ อ๊าด ๆ คล้าย ๆ กับเสียงแฟ็กซ์ ทำให้ผู้ใช้วิทยุสื่อสารรู้ทันทีว่านี่คือการสื่อสารข้อมูลแบบ AFSK 1200bps ในด้านอุปกรณ์นั้นมีหลากหลายแบบหลายยีห้อทั้งไทยและเทศ นำมาประยุกต์ใช้งานได้ทั้งนั้น ทั้งเป็นแทรกเกอร์ ดิจิรีพีทเตอร์ และไอเกท สามารถหาอ่านรายละเอียดความรู้ความเข้าใจจากระบบ APRS ของนักวิทยุสมัครเล่นที่มีอยู่ทั่วโลกได้เลย หรือเริ่มจากบทความ APRS เบิ้องต้นที่ http://aprs.nakhonthai.net/index.php?ind=reviews&op=entry_view&iden=1

อธิบายภาพเบื้องต้น
     ประกอบด้วย 3ส่วนคือ GPS TRACKER คือส่วนผู้ใช้งานที่ติดในรถ พกไว้ข้างเอว ขึ้นกับผู้ใช้ที่จะส่งพิกัดผ่านคลื่นวิทยุ ส่วนที่สอง IGate คือผู้ให้บริการเกตเวย์ที่จะนำข้อมูลจากคลื่นวิทยุเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตซึ่งอาจเป็นบุคคล หน่วยงาน บริษัทขึ้นกับผู้สนใจบริการโดยส่งไปที่ aprsth.nakhonthai.net port 24580 และส่วนที่สามส่วนเซิร์ฟเวอร์บริการ ทางผมเริ่มต้นก้าวแรกเป็นผู้ให้บริการก่อนโดยมีเซิร์ฟเวอร์เกตเวย์ ฐานข้อมูลและเว็บเซิร์ฟเวอร์ และส่งต่อให้ผู้ใช้ทั่วไปผ่านการแสดงผลบนคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนโดยเปิดเข้าสู่เว็บไซต์ http://aprsth.nakhonthai.net

2.APRSTH ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
     ใช้แอปบนสมาร์ทโฟนก็เล่น APRS ได้เช่น AprsDroid,U2APRS เป็นต้น หรือจะใช้คอมพิวเตอร์ก็ได้เช่นโปรแกรม UIVIEW,AGWTracker,nTNC Software เป็นต้น หรือใช้เป็นพวก RaspberryPi/BananaPi เช่น XASTIR,aprsd,aprx เป็นต้น ซอฟแวร์เหล่านี้สามารถนำมาเล่น APRS ได้โดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องใช้วิทยุสื่อสาร เพียงแต่หากจะมีค่าใช้จ่ายตามแพ็คเก็จอินเทอร์ที่ท่านใช้เท่านั้น


     ในปัจจุบันในเครือข่ายวิทยุสมัครเล่นเราใช้คลื่นความถี่ 144.390MHz ความถี่เดียวทั่วประเทศไทย นับว่าเป็นการใช้ทรัพยากรณ์ที่คุ้มค่ามากที่สุด(จำนวนผู้ใช้ต่อ 1ความถี่) เมื่อพัฒนามาในระบบ CB 245MHz ก็คงผลเช่นเดียวกัน ซึ่งเราต้องมาตกลงกันว่าจะใช้ความถี่ใดสำหรับสื่อสารในระบบ APRS ที่จะเอามาใช้ร่วมกันทั้งประเทศได้ ซึ่งทางผมมีแนวคิดของช่องสัญญาณดังนี้
1.ควรเป็นช่องใน 40ช่องที่ประกาศใช้ครั้งแรก เพราะจะได้นำเครื่องวิทยุรุ่นเก่า 40ช่อง กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้
2.ควรเป็นช่องที่ไม่มีคนใช้ และกระทบกับผู้ใช้งานเดิมน้อยที่สุด ไม่งั้นเค้าต้องย้ายช่องความถี่ไปความถี่อื่นแน่นอน
3.ไม่ใช่ช่องที่ถูกกำหนดเป็นช่องสื่อสารกลางหรือช่องเตือนภัยพิบัติ

สำหรับช่อง APRS ที่เราจะนำมาใช้กันทั้งประเทศในช่องเดียวนั้น ลองมาช่วยกันหาดูว่า ความถี่ใดช่องใดน่าจะเหมาะสมที่สุด

ตัวอย่างการแสดงผลคลิ๊กดูได้ที่ http://aprs.nakhonthai.net/map/index.php


ข้อมูลอื่น ๆ ประกอบดังนี้

ระบบเครือข่าย APRS เบื้องต้น: http://aprs.nakhonthai.net/index.php?ind=reviews&op=entry_view&iden=1
เริ่มต้นกับพัฒนาระบบ APRS ไทย : http://nakhonthai.net/index.php/performance/researchanddevelopment/13-aprs-start
nTNC กับการพัฒนาและประยุกต์ใช้งาน : http://www.hamsiam.com/smf/index.php?topic=136276.0
APRS บนมือถือ Android: http://www.hamsiam.com/smf/index.php?topic=73263.0
APRS โดย HS9DMC เนื้อหาเยอะมาก : http://www.hs9dmc.com
เปิดเซิร์ฟเวอร์บริการข้อมูลและแผนที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย: http://aprs.nakhonthai.net/forum/index.php?topic=26.0

13
การทำฮอตสปอร์ตเกตเวย์ D-STAR ด้วยคอมพิวเตอร์

     การทำฮอตสปอร์ตขึ้นมาใช้งานเองนั้น เราต้องทำสองส่วนด้วยกัน(แต่จะอยู่ในเครื่องเดียว) ส่วนแรกก็คือเกตเวย์เร้าติ้งค์เชื่อมต่อกับเครือข่าย D-STAR ซึ่งจะใช้โปรแกรม ircDDB ส่วนที่สองคือรีพีทเตอร์ ใช้โปรแกรม Repeater ที่จะเชื่อมต่อวิทยุสื่อสารเราแล้วลิ้งเข้ากับเกตเวย์เร้าติ้งที่เราทำขึ้นมาในส่วนแรก ทั้งสองส่วนนั้นจริง ๆ แล้วเป็นระบบที่่แยกกันอยู่แต่เมื่อเราจับมาใช้ในเครื่องเดียวกัน ก็จะลิ้งค์กันได้ง่ายกว่า แต่ให้เข้าใจและมองว่ามันคือ 2ส่วนที่แยกกันอย่างชัดเจนนะครับ
   เริมจากหาอุปกรณ์ในบ้านมาทำ ผมมีคอพพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คเก่าๆ ตัวหนึ่ง มีวิทยุรุ่น FC301(ต้องใช้วิทยุที่มีพอร์ต TNC9600) และมี USB to Serial TTL เพื่อจะดึงขา DTR มากดคีย์ PTT ส่วนสัญญาณเสียงทั้งเข้าและออกนั้นก็ใช้ Sound Card ที่อยู่ในตัวโน๊ตบุ๊คนั่นละครับ ต่อตรงเข้า FC301D เลย ทั้งขาไมค์และลำโพง
   เอาละเรามาเริ่มทำกันเลย โดยผมขออธิบายแยกเป็น 2ส่วน คือเกตเวย์ และรีพีทเตอร์ ตามที่เกริ่นไว้ข้างต้น แต่ก่อนอื่นใดให้ท่านไปดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับทำทั้ง 2ส่วนนี้มาก่อน แล้วทำการติดตั้งโปรแกรมให้เรียบร้อยเสียก่อนนะครับ
ลิงค์ดาวน์โหลดโปรแกรม ircDDB+Repeater :
http://aprs.nakhonthai.net/index.php?ind=downloads&op=entry_view&iden=38



การต่อสาย FC301D กับคอมพิวเตอร์
DB9--->COMPUTER
ขา 1 -> ลำโพงคอมพิวเตอร์
ขา 2 -> ไมค์คอมพิวเตอร์
ขา 3 -> ต่อกับขา DTR ของบอร์ด USB2Serial TTL
ขา 8 -> ต่อกับไฟ VCC 5V ของบอร์ด USB2Serial TTL
ขา 4 -> GND กราวน์ร่วมทั้งหมด
ขา 5 -> +12V แหล่งจ่ายภายนอก >2A



การตั้งค่าโปรแกรมเกตเวย์ ircDDB
1.ในส่วนนี้ยังไม่ต้องมีฮาร์ดแวร์ใด ๆ เป็นโปรแกรมสำหรับเป็นเกตเวย์(เส้นทางเข้าออกเชื่อมต่อกับระบบดีสตาร์) เท่านั้น สามารถติดตั้งใช้งานได้ทันที
 เมื่อติดตั้งโปรแกรมจะได้เมนูมาดังภาพ ให้เลือก ircDDB Gateway Config (จำไว้เสมอว่าหากจะตั้งค่าต้องปิดโปรแกรม ircDDB Gateway ก่อน และเปิดใหม่ทุกครั้งที่คอนฟิกซ์เสร็จแล้ว)


2.เมื่อเปิดโปรแกรมคอนฟิกซ์มา ในแท็บแรก Gateway ให้ตั้งค่าดังนี้
Type: ให้เลือกเป็น HotSpot
Callsign: ให้ใส่นามเรียกขานของท่าน โปรแกรมนี้ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ตัวย้ายจึงถูกบังคับเป็น G โดยปริยายแก้ไม่ได้
Gateway Address: ยังไม่ต้องใส่
Local Icom Address/Port ให้คงค่าเดิมตาม ICOM
Local HB Address/Port กำหนดไอพีและพอร์ตฮับตัวเชื่อมต่อเป็นโลคอลไว้ 127.0.0.1:20010
Latitude/Longitude ใส่ตำแหน่งพิกัดเกตเวย์ของท่าน หากไม่ทราบก็ไม่ต้องใส่


3.ในแท็บที่สอง Repeater 1 เป็นการกำหนดค่าให้กับ รีพีทเตอร์เชื่อมต่อเข้ามา (ircDDB สามารถลิ้งค์กับรีพีทเตอร์ได้ 4สถานี) ในที่นี้เราทำฮอตสปอร์ตใช้รีพีทเตอร์สถานีเดียว ให้ตั้งค่าดังนี้
Band: ให้เลือก C เมื่อเราใช้ย่าน VHF
Type: เลือก Homebrew
Address: ให้ใส่ไอพีลูปแบ็ค 127.0.0.1 เพราะใช้ภายในเครื่องเดียวกัน เป็นไอพีบริการที่จะให้รีพีทเตอร์เชื่อมต่อเข้ามา
Port: ใช้หมายเลขเดิม 20011
Reflector: เลือกเป็น DCS001 และ U ใช้ในกลุ่มประเทศไทย มันจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายแล้วเข้าไปอยู่ในกลุ่มไทยแลนด์
Startup: Yes เปิดโปรแกรมมาให้มันเชื่อมต่อเลยทันที


4.ในแท็บที่สาม Repeater 1 กำหนดค่ารีพีทเตอร์เพิ่มเติม ให้ใส่ค่าความถี่ พิกัดที่ตั้งสถานีลงไป ตามตัวอย่างดังภาพ


5.ในแท็บต่อไป ircDDB ตรงนี้เราใช้ไม่ได้ และบุคคลลงทะเบียนไม่ได้ ต้องเป็นสมาคมหรือคลับสเตชั่นเท่านั้น จึงกำหนดให้กด Disabled ไปได้เลย


6.D-PRS การตั้งค่าให้เอาพิกัดจากระบบ D-STAR ส่งไปออกในระบบ APRS โดยให้เลือก Enabled แล้ว Hostname ใส่ชื่อ APRS-IS ตามด้วยหมายเลขพอร์ต จากตัวอย่าง aprsth.nakhonthai.net:14580


7.DCS and CCS ให้กด Enabled เอาไว้ครับ จะเป็นส่วนที่เราสามารถใช้ DTMF มาควบคุมและปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อได้เช่นเปลี่ยนห้องคุย โดยไม่ต้องมาคอนฟิกซ์ใหม่ทุกครั้ง


8.เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วให้ทำการบันทึกไฟล์ ซึ่งก็จะมีหน้าต่างเล็ก ๆ ขึ้นแจ้งเตือนว่าให้ปิดตัวโปรแกรม ircDDB แล้วเปิดใหม่ เมื่อเราเปิดโปรแกรม ircDDB ขึ้นมา ก็จะได้หน้าต่างดังภาพ สังเกตุในกรอบแดง D-PRS: จะขึ้น Active คือการเชื่อมต่อไปยังระบบ APRS สมบูรณ์ และใน Links ตรง Repeater 1: HS5TQA C Linked to DCS001U ก็หมายความว่ามันทำการเชื่อมรีพีทเตอร์ ไปยังเครือข่าย D-Star โดยเชื่อมเข้ากับเซิร์ฟเวอร์ DCS001 ห้อง U แล้วแล้ว ส่วน Log ด้านล่าง จะเห็นมันส่งแพ็คเก็จตำแหน่งสถานีเกตเวย์และรีพีทเตอร์ออกไปยังระบบ APRS ด้วย มันใช้ชื่อ HS5TQA-S สำหรับเกตเวย์และ HS5TQA-C สำหรับตำแหน่งรีพีทเตอร์


และเมื่อเราเข้าสู่เว็บแสดงการเชื่อมต่อที่เซิร์ฟเวอร์ DCS001 ห้อง U ที่  ก็จะพบว่าเราเชื่อมต่อเข้าไปแล้ว
http://176.10.105.252/dcs_rptstatusU.htm


------------------------------------------------------------------------------------------------------

การตั้งค่าโปรแกรมรีพีทเตอร์ (Sound Card Repeater)
1.ในส่วนนี้เราเลือกใช้ซาวน์การ์ดในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นโมเด็มหรือ TNC เพื่อถอดสัญญาณและเข้าสัญญาณ GFSK 9600 นะครับ และต้องใช้ร่วมกับวิทยุสื่อสารที่มีพอร์ต TNC 9600 ด้วย(เอาเสียงจากลำโพงและเข้าทางไมค์ โดยตรงแบบ APRS ไม่ได้) เมื่อติดตั้งโปรแกรม Repeater แล้วให้เปิดโปรแกรม Repeater ขึ้นมา


2.เมื่อโปรแกรม Sound Card Repeater ถูกเปิดขึ้นมาแล้ว ให้เลือก Edit->Preference... เพื่อตั้งค่าโปรแกรม


3.จะเข้าสู้หน้าต่างการตั้งค่า Sound Card Repeater Preferences โดยกำหนดค่าดังนี้
Callsign: ให้ใส่นามเรียกขานชื่อสถานี(ใส่ชื่อเดียวกับวิทยุรับส่งก็ได้) และตัวต่อท้ายให้เลือกเป็น C เพื่อระบุว่าเราใช้แบน VHF
Gateway: ให้ใส่นามเรียกเดียวกับชื่อ ircDDBGateway ที่ได้ตั้งเอาไว้ ในทีนี้ก็ใช้ชื่อเดียวกัน ตัวท้ายถูกฟิกซ์เป็น G หมายถึง Gateway
Mode: เลือกเป็น Gateway เพื่อระบุว่าใช้งานเป็นตัวเชื่อมต่อไปยังเกตเวย์
Ack: Off หากปรับเป็น BER หลังที่วิทยุกดคีย์พูดเสร็จ มันจะส่งค่า BER ไปให้วิทยุเพื่อบอกมันเพี้ยนแค่ไหน ข้อเสียคือมันช้าเลย Off ไว้ก่อน


4.ในแท็บ Network ให้ใส่ค่าที่ตรงกับโปรแกรม ircDDB ที่เราได้ตั้งเอาไว้ก่อนหน้า ซึ่งมันจะเป็นตัวเชื่อมต่อไปยัง ircDDB นั่นเอง ในเครื่องเดียวกันเราใช้ไอพีลูปแบ้คได้อยู่แล้วคือ 127.0.0.1 ส่วนเลขพอร์ต ให้ใส่ตรงกันดังภาพ


5.ในแท็บ Beacon จะเป็นส่วนประกาศชื่อสถานีรีพีทเตอร์เราออกมา ในภาพตั้งไว้ที่ 10นาที ก็จะพูดชื่อสถานี โฮเทลเซียร่าไฟล์แทงโก้เคียวเบ็คอัลฟ่า ออกมา


6.ในแท็บ Radio เนื่องจากเราใช้ซาวน์การ์ด ก็เลือก Input เป็นเสียงจากไมค์ และ output ออกทางลำโพง คอมพิวเตอร์ ในส่วนตรง Squelch Level ผมปรับมันเป็น 0 และใน Squelch Mode ปรับให้เป็น Open เพราะผมต่อเข้ากับพอร์ต TNC 9600 ของ FC301D มันจะมีเสียงซ่ามาตลอดเวลา


7.ในแท็บ Controller เอาไว้ส่งสัญญาณไปกดคีย์ PTT ซึ่งผมใช้บอร์ด USB To Serial TTL ตัว CP2102 โดยเอาขา DTR มันจั้มไปยังขาที่ 3 ใน DB 9 ของ FC301 ตรงๆ ได้เลย(ลอจิก 5V เหมือนกัน) ปกติมันจะเป็นแอ็คทีฟ 1 เมื่อมันจะส่งก็จะแอ๊ดทีป 0 การตั้งค่าก็จะได้ดังภาพ



8.เสร็จแล้วก็กดปุ่ม OK ด้านล่างหน้าต่าง มันจะบันทึกแล้วขึ้นหน้าต่างเตือนมาว่าให้ปิดโปรแกรม Repeater แล้วเปิดขึ้นมาใหม่
ก็จะเห็นสภาวะการทำงานในส่วน Status ขึ้น Listening แสดงว่ารอรับฟัง การกดคีย์ส่งมาจากวิทยุ ส่วนอื่น ๆ ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ ก็จะขึ้นดังภาพ


14
ICOM_ID51: การตั้งค่าสถานีรีพีทเตอร์และเกตเวย์


     การใช้งานในระบบดิจิตอลแตกต่างจากระบบอนาล๊อกค่อนข้างมาก ในระบบอนาล๊อกเราก็แค่หมุนความถี่ตั้ง DUP ก็สามารถใช้รีพีทเตอร์คุยได้แล้วหรือใช้ช่องแอ็คโค่ลิ้งค์เพียงหมุนความถี่ไปช่องที่มีคนทำแอ็คโค่ลิงค์ก็คุยได้ทันที แต่ในระบบดิจิตอลไม่ใช่อย่างนั้น มันได้มีการระบุต้นทาง กลางทาง และปลายทางมาอย่างชัดเจน อย่างเช่น สมมุติในพื้นที่หนี่งมีรีพีทเตอร์อยู่รวมกันสัก 10สถานีในความถี่เดียวกัน ในระบบอนาลีอกกดคีย์ทีเดียวสถานีรีพีทเตอร์ ก็ทำงานพร้อมกันหมดเลยทั้ง 10สถานี แต่ในระบบดิจิตอลสามารถเลือกได้ว่า จะใช้สถานีรีพีทเตอร์สถานีใดทำงาน เป็นต้น
     ข้อดีของในระบบดิจิตอลมีเยอะแยะมากมายค่อย ๆ ว่ากันไปทีละเรื่อง ในปัจจุบันสถานีรีพีทเตอร์หรือเกตเวย์นั้นมีน้อยมาก ๆ ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ เราจึงมักนิยมใช้เป็นเกตเวย์ขนาดเล็ก หรือเรียกกันสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า ฮอตสปอร์ต(HotSpot) เอาไว้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตกระจายสัญญาณให้วิทยุสื่อสารในระยะใกล้ ๆ ส่วนสถานีบริการใหญ่ ๆ ที่มีกำลังส่งสูง สายอากาศแพร่กระจายคลื่นไปได้ไกล เช่น HS0AC ,HS5AC เป็นต้น แบบนั้นก็ยังไม่ทราบว่าควรเรียกกว่าอะไร จึงขอเรียกกว่า ฮอตสปอร์ตขนาดใหญ่ก็แล้วกัน การตั้งค่าใช้งานบนวิทยุจะคล้าย ๆ กัน ซึ่งจะขออธิบายต่อไปในแบบ ฮอตสปอร์ตขนาดเล็กที่เราทำขึ้นมาใช้ในบ้าน/ในรถ ในการอธิบายการตั้งค่านี้จะไม่ขอลงลึกว่าแก้ไขข้อความอย่างไร หากไม่เข้าใจให้ย้อนกลับไปอ่านเรื่อง การตั้งค่าสถานี(เริ่มต้น) ซึ่งได้อธิบายไว้แล้ว

การตั้งค่าสถานีเกตเวย์หรือฮอตสปอร์ต
1.ให้กดปุ่ม MENU ไปยังเมนูหลัก แล้วเลือก DV Memory


2.เมื่อเข้าสู่หน้าต่างการตั้งค่า DV MEMORY ให้เข้าไปใส่นามเรียกขานของท่านลงใน Your Call Sign ก่อนถ้ามีแล้วให้ข้ามไป หากยังไม่มีให้กดปุ่ม QUICK แล้วเลือก Add หรือ Edit หากต้องการแก้ไข มันจะให้ใส่  NAME และ CALL SIGN ผมใส่นามเรียกขานเข้าไปทั้งสองเหมือนกันเพื่อจะจำได้ง่าย


3.ในหน้าต่าง DV MEMORY ให้เลือกการตั้งค่ารีพีทเตอร์โดยเลือก Repeater List


4.เข้าสู่หน้าต่างรายการกลุ่มรีพีทเตอร์หรือเกตเวย์ จากในภาพผมตั้งไว้ 3กลุ่ม ขอใช้ตัวอย่างจากลุ่มแรก


5.เมื่อเลือกกลุ่มแรกแล้ว ให้กด QUICK เลือก Edit Name ถ้าไม่ต้องการแก้ไขให้ข้ามไปข้อ 7


6.ให้ท่านใส่ชื่อกลุ่มเกตย์เวย์ หรือรีพีทเตอร์ตามต้องการ ในที่นี้ผมใส่เอาไว้แล้วเป็น BANGKOK


7.เมื่อใส่ชื่อกลุ่มเสร็จแล้วจะกลับมาในรูปตามข้อ 4 แล้วกดปุ่ม Enter ปุ่มสีฟ้า จะเข้ามาสู่หน้าต่าง RPT LIST GRP01


8.ภายใต้กลุ่มแรกที่เราได้เลือกเข้ามา สามารถเพิ่มสถานีรีพีทเตอร์ได้เรื่อย ๆ ในภาพผมมีอยู่แล้วจึงเลือก Edit หากยังไม่มีให้เลือก Add


9.จะเข้าสู่การแก้ไขหรือเพิ่มในหน้าต่าง REPEATER LIST EDIT/ADD ในส่วนชื่อ NAME ให้ใส่ชื่อสถานีตามต้องการ ตัวอย่าง HOME ในส่วน SUB NAME หรือชื่อที่สองจะใส่หรือไม่ก็ได้


10.CALL SIGN: ให้ใส่ชื่อสถานีรีพีทเตอร์ ตามด้วยตัวอักษร C หมายถึงแบนด์ VHF /B คือ UHF ในทีนี้ได้ทำฮอตสปอร์ตขึ้นมาใช้เองจึงใส่่ตามภาพ ซึงจะแนะนำการทำฮอตสปอร์ตต่อไป


11.ใน GW CALL SIGN: ให้ใส่ชื่อสถานีเกตเวย์ บางครั้งมันขึ้นมาเอง จะมีตัวอักษรตามท้ายเป็นตัว G (การจะทำลิ้งค์ต้องมีเกตเวย์+รีพีทเตอร์) สังเกตุว่า หากทำฮอตสปอร์ตส่วนตัวก็มักใช้นามเรียกขานเดียวกัน เปลี่ยนแค่ตัวท้าย นะครับ


12.ในส่วนของ GROUP เราเลือกมาในกลุ่มแรกที่ตั้งไปก่อนหน้านี้อยู่แล้ว หากจะเปลี่ยนใหม่ก็เปลี่ยนได้เลย ในส่วนถัดมา USE(FROM): ต้องกำหนดเป็น YES นะครับ (ไม่งั้นจะใช้ไม่ได้โดน SKIP)


13.เมื่อกำหนด USE(FROM) แล้วจะมีความถี่โผล่มาให้เราใส่ ก็กดเข้าไปใส่ได้เลยว่าท่านจะใช้ความถี่ใด ในที่นี้ผมทำฮอตสปอร์ตไว้ที่ความถี่ 145.7875MHz ก็ใส่ไปตามภาพ


14.เนื่องจากเป็นการกำหนดรีพีทเตอร์มันจะบังคับให้เราใส่ DUP ก็เลือกไปจะ + หรือ - ก็ได้ แล้วไปใส่หลอกตรง OFFSET FREQ: ให้เป็น 0 ดังนั้น ก็จะใช้เป็นแบบซิมเพล็กรีพีทเตอร์ คือรับส่งในความถี่เดียวกันนั่นเองนะครับ


15.เลื่อนลงมาก็จะมี POSITION: ถ้าทราบว่าตำแหน่งรีพีทเตอร์ตั้งอยู่ตรงไหน ก็ใส่พิกัด GPS เข้าไปได้เลย บนหน้าจอเราจะดูได้ว่าสถานีรีพีทเตอร์ห่างจากเราไกลเท่าใดทิศทางไหน ส่วนเวลานั้นให้ใส่ UTC OFFSET: +7 ตามเวลาประเทศไทย เพราะระบบ D-STAR ใช้กันทั่วโลกนะครับ


16.เสร็จแล้วให้กด Add Write หากกดเพิ่ม Add มา หรือกด Overwrite หากกด Edit หรือแก้ไขมา


17.เป็นอันเสร็จการตั้งค่ารีพีทเตอร์ กดปุ่ม CD หรือ MENU ออกมาหน้าจอแสดงความถี่ได้เลย


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

การใช้งาน DV(Digital Voice) เบื้องต้น
1.จากหน้าจอหลักแสดงความถี่ เลือกสลับใช้แบนด์ด้วยการกดปุ่ม MAIN (ล่างซ้าย) ในภาพเลือกใช้ด้านบน(สังเกตุตัวหนังสือจะใหญ่ ๆ) แล้วให้ทำการกดปุ่ม DR ค้างเอาไว้

2.หน้าจะจะมาแสดงผลในแบบ DV ดังภาพ ตรงส่วน TO จะเป็น CQCQCQ โดยอัตโนมัติ ยังไม่ต้องไปตั้งอะไร ท่านสามารถใช้ปุ่ม RX->CS/DR เลือกระหว่า TO กับ FROM ได้ เมื่อเลือก FROM คือการเลือกสถานีรีพีทเตอร์ที่เราได้ตังค่าเอาไว้ หากมีหลายสถานีก็หมุนปุ่ม DIAL เลือกเอานะครับ

3.หากจะดูฉบับเต็มจอให้กดปุ่ม MAIN ค้างไว้อีกครั้ง ก็จะแสดงผลอะไรที่มากขึ้น จะเห็นว่าเราใช้ความถี่ใด(145.78750) เชื่อมไปยังรีพีทเตอร์สถานีใด(HS5TQA C)


**ส่วนการตั้งค่ารีพีทเตอร์และเกตเวย์เบื้องต้นก็จบเพียงเท่านี้ ซึ่งเดี๋ยวเราต้องไปทำฮอตสปอร์ตให้ตรงกับที่เราตั้งไว้หรือ ตั้งให้ตรงกับสถานีรีพีทเตอร์ที่เค้ากำหนดมา ก็กดคีย์ CQ กันโลด**

15
ICOM_ID51: การตั้งค่าสถานี (เริ่มต้นใช้งาน)

    ท่านที่มีเครื่องมาพร้อมใช้แล้วก็ต้องเริ่มด้วยการตั้งค่าสถานีใหม่กันก่อนนะครับ สำหรับเครื่องรุ่นนี้เป็นเครื่องดิจิตอบในระบบ D-STAR ออกแบบมาสำหรับนักวิทยุสมัครเล่นเท่านั้น การตั้งค่าและการใช้งานต่อไปนี้จะอ้างอิงถึงผู้ใช้ เกตเวย์ รีพีทเตอร์ที่เป็นนักวิทยุสมัครเล่นล้วน ๆ มั่วไม่ได้นะจะบอกให้...
   เอาละครับ ก่อนอื่นขอแนะนำคีย์บอร์ดในโหมดแก้ไขข้อความกันก่อน การตั้งค่าต่อไปนี้จะต้องแก้ไขข้อความกันเยอะทีเดียว มาดูกันว่าปุ่มอะไรใช้ทำอะไรกันบ้าง เมื่อจะเพิ่ม แก้ไข ลบ ตัวอักษรหรือข้อความ โดยเรามีคีย์บอร์ดที่ให้มาดังภาพ


ปุ่มแต่ละปุ่มในโหมดแก้ไขข้อความมีความหมายดังนี้
ENTER: ตรงกลางสีฟ้า จะเรียกกว่าปุ่ม OK ก็ได้ เอาไว้สำหรับเลือก ตกลง ยอมรับ ใช้ปุ่มนี้เป็นหลัก
CD: เลื่อนเคอร์เซอร์ไปทางซ้าย เหมือนคีย์ลูกศรซ้าย
CS: เลื่อนเคอร์เซอร์ไปทางขวา เหมือนคีย์ลูกศรขวา
RX->CS: เลือกตัวอักษรแบบนับไปข้างหน้าเช่น A B C
DR: เลือกตัวอักษรแบบนับย้อนไปข้างหลังเช่น C B A
V/MHz(CLR): ใช้ลบตัวอักษรที่อยู่ด้านซ้าย เหมือนกับปุ่ม Blackspace
MENU: ใช้สำหรับยกเลิกการแก้ไข หรือ Cancel edit กดแล้วจะขึ้นหน้าต่างมาถามก่อนว่า จะยกเลิกหรือไม่ ?
QUICK: ขณะแก้ไขตัวอักษรจะไม่ได้ใช้งาน แต่จะใช้เป็นเมนูลัดในหน้าเมนู จะขึ้นหน้าต่างเมนูลัดหัวข้อนั้น ๆ มาให้เช่น Edit,Clear,Add เป็นต้น
DIAL: วอลลุ่มหมุนด้านบนสุด เอาไว้สำหรับเลือกตัวอักษร หรือเลือกรายการเมนู

มาเริ่มตั้งค่าสถานีตนเองกันก่อน
1.กดปุ่ม MENU เข้าสู่หน้าเมนูหลักเลือกไปยัง My Station


2.ตั้งนามเรียกขานกันก่อนโดยหมุน DIAL หรือกด RX-CS/DR เลือกหัวข้อ My Call Sign


3.ในหน้าต่าง MY CALLSIGN สามารถตั้งได้ 6 สถานี พูดง่าย ๆ ว่าใช้ร่วมกันได้ 6คนว่างั้นเถอะ (หากมีอยู่แล้วอยากลบ ให้กดปุ่ม QUICK แล้วเลือก Clear กด Enter แล้วเลือก YES)


4.เนื่องจากเค้าให้ตั้งได้ 6สถานีจึงเพิ่มไม่ได้ ดังนั้นก็จะแก้ไขได้อย่างเดียว ตัวอย่างอันดับ 1 มันยังว่าง ๆ อยู่ให้กดปุ่ม QUICK เลือก Edit แล้วกดปุ่ม Enter สีฟ้า


5.เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง MY CALL SIGN (MY1) แล้วก็ใส่นามเรียกขานของท่านลงไปได้เลย โดยใช้คีย์บอร์ดแก้ไขและเพิ่มตามข้างต้นที่อธิบายไปแล้ว ในส่วนหลังเครื่องหมาย / จะเป็นคอมเม้นท์ใส่ได้เพียง 4ตัวอักษรเท่านั้น(จะคล้าย ๆ กับคอมเม้นท์ตัวอักษรสีเขียวในระบบ APRS) มันจะส่งไปพร้อม ๆ กับนามเรียกขานในขณะคุยอยู่ ในภาพผมใส่เลข DTMF ผมลงไปเพื่อบอกคนอื่น ๆ ว่าสามารถกดปุ่ม DTMF มาคุยกับผมโดยตรงได้เลย แล้วกดปุ่ม Enter สีฟ้า เพื่อบันทึกออกมา


6.เมื่อกดปุ่ม Enter ปุ่มสีฟ้า บันทึกออกมาแล้ว ก็จะได้นามเรียกขานและคอมเม้นท์ แสดงในรายการสถานี แล้วให้กดปุ่ม CD ย้อนเมนูกลับไปก่อนหน้าอีกครั้ง


7.เมื่อกดปุ่ม CD ย้อนกลับมาให้เลือกไปยัง TX Message เพื่อตั้งค่าข้อความ (คล้าย ๆ กับสเตตัสตัวหนังสือสีน้ำเงินใน APRS) หากใครไม่ใช้ก็ให้ข้ามส่วนนี้ไปได้เลย


8.เมื่อกด Enter เข้ามาแล้ว เราสามารถตั้งค่ามันได้ 5ข้อความ ตัวอย่างเลือกไปยังข้อความแรก


9.แก้ไขโดยการกดปุ่ม QUICK เลือก Edit เช่นเดิม


10.เมื่อเข้าหน้าต่าง TX MESSAGE แล้วก็ใส่ข้อความเข้าไปได้เลย โดยใช้คีย์บอร์ดตามที่อธิบายไว้ข้างต้น แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อบันทึกออกมา


จบกับการตั้งค่าสถานี ซึ่งมันจะไปแสดงผลที่หน้าจอคู่สถานีและใช้เป็นสถานีต้นทางให้กับเกตย์และรีพีทเตอร์ด้วย

หน้า: [1] 2 3