แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - HS5TQA

หน้า: [1] 2 3 ... 6
1
เรื่อง การขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่นในระบบ APRS
จุดประสงค์ เพื่อกำกับดูแลการรบกวนและจัดสรรค์ความถี่ให้มีประสิทธิภาพ
     ในระบบ APRS นั้นเป็นระบบดิจิตอลในโหมดซิมเพล็กซ์ หรือระบบสื่อสารดิจิตอลความถี่เดียว มันจึงไม่เข้าข่ายตามจุดประสงค์การควบคุม อีกทั้งระบบ APRS มีใช้กันมานานและกำกับดูแลปัญหากันเองได้ดีอยู่แล้ว เป็นไปตามกลไกของระบบของผู้ใช้และผู้ให้บริการร่วมกันมา

ผู้ให้บริการได้แก่
สถานีไอเกท หรือ อินเทอร์เน็ตเกตเวย์ ซึ่งเป็นสถานีที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากวิทยุส่งเข้าสู่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือในทางกลับกัน จึงเข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่นด้วย(คาดว่าจะประกาศแก้ไขยกเลิกทีหลัง)
สถานีดิจิรีพีทเตอร์ ซึ่งเป็นสถานีทวนสัญญาณดิจิตอลแบบซิมเพล็กซ์ หรือทวนข้อมูลเดิมในช่องความถี่เดิม จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น

ผู้ใช้บริการได้แก่
สถานีแทรกเกอร์ หรือสถานีติดระบบส่งจีพีเอสระบุตำแหน่งพิกัด ติดตั้งในรถ เรือ เครื่องบิน ฯลฯ เป็นการรับส่งข้อมูลจากวิทยุสู่วิทยุ จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น
สถานีบีค่อน หรือสถานีประจำที่แจ้งพิกัดต่าง ๆ เป็นการรับส่งข้อมูลจากวิทยุสู่วิทยุ จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น
สถานีตรวจวัดอากาศอัตโนมัติ เป็นสถานีส่งข้อมูลตรวจวัดสภาพอากาศ เป็นการรับส่งข้อมูลจากวิทยุสู่วิทยุ จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น
สถานีโทรมาตร หรือสถานีส่งข้อมูลดาต้าตรวจวัดต่าง ๆ(Telemetry) เป็นการรับส่งข้อมูลจากวิทยุสู่วิทยุ จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น
เครื่องมือแทรกเกอร์หรือมอนิเตอร์ ที่ทำงานบนสมาร์ทโฟนหรือบนคอมพิวเตอร์ ทำงานอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ตโดยตรงอยู่แล้ว จึงไม่เข้าข่ายตามประกาศต้องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น

สถานีไอเกทมีหลายลักษณะดังต่อไปนี้
สถานีไอเกทแบบประจำที่ หากอุปกรณ์สื่อสารและการตั้งสถานีถูกต้องตามกฏหมายแล้ว ให้ดำเนินการยื่นเรื่องขออนุญาตตั้งสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายอื่น ได้ทันทีตามประกาศ หากไม่หรือเกรงว่าจะมีปัญหาภายหลัง ให้ดำเนินการปิดบีค่อนส่งพิกัดตำแหน่งที่โปรแกรมไอเกทไปก่อนซึ่งจะยังคงบริการได้ตามปกติเพียงแค่ไม่แสดงสถานีไอเกทบนแผนที่เท่านั้น จนกว่าจะมีประกาศใหม่ให้ยกเลิกการขอต่อไป
สถานีไอเกทแบบเคลื่อนที่ ด้วยการทำงานที่มักรับอย่างเดียวหรือส่งออกไม่ไกล เปิด ๆ ปิด ๆ จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตแต่อย่างใด

สรุปสั้น ๆ คือ สถานีไอเกทประจำที่ ที่มีข้อมูลสถานีถูกต้องทั้งเครื่องมือสื่อสารและการตั้งสถานีนั้น ให้ดำเนินการยื่นเอกสารตามแบบฟอร์ม AR-01 ไปยังสมาคมในจังหวัดท่านได้เลย ส่วนสถานีอื่น ๆ นอกจากนี้ไม่ต้องดำเนินการอะไร ให้ใช้ไปตามปกติต่อไป

2
แล้วในหัวข้อนี้ก็ต่อกับTNC แบบหัวข้อนี้ http://aprs.nakhonthai.net/forum/index.php?topic=17.0
เหมือนเดิมใช่มั้ยครับ
ต่อฮาร์ดแวร์เหมือนเดิมครับ อับเกรดแค่ซอฟร์แวร์(เฟิร์มแวร์)

3
จากเอกสารที่ฝรั่งเค้าอธิบายเรื่องบิทสัญญาณ GFSK เอาไว้ตามลิงค์ http://aprs.nakhonthai.net/forum/index.php?topic=34.0 อ่านดูแล้วก็เข้าใจง่ายดี เมื่อทดลองจริง ก็ใช้โมดูลวิทยุ FC301D ต่อสัญญาณออกมาทางพอร์ต TNC 9600 แล้วใช้คอมพิวเตอร์บันทึกเสียงไว้ด้วยโปรแกรม GoldWave จากนั้นเรามาไล่วิเคราะห์สัญญาณกันดูทีละไซน์เคิ้ล ผลที่ได้วิเคราะห์ออกมาได้ค่อนข้างง่ายกว่า AFSK ที่ไม่ต้องแปลงสัญญาณอะไรเลย ได้บิทตามรูปแบบสัญญาณที่แสดงเลย ไม่ซับซ้อน

ผมได้แนบไฟล์ภาพโครงสร้างเฟรมข้อมูล โดยอธิบายง่าย ๆ ว่า เมื่อเริ่มส่งก็จะส่ง Bit Syn เป็นบิท 0 และ 1 สลับกันไป 64ครั้ง แล้วตามด้วย Frame Syn. จำนวน 15ตัว คือ 111011001010000 เมื่อไปนั่งดูรูปสัญญาณ...โอเค เป๊ะเลย นี่ละคือจุดเริ่มต้นของข้อมูล DSTAR ครับผม

หากสังเกตุและวิเคราะห์ปัญหาต่อกันอีกสักนิดหนึ่ง จะเห็นได้ว่าสัญญาณเสียงมันสามารถสลับขั้วได้ใช่ไหมล่ะ ? ใช่ครับมันสลับขัวแล้วบิทข้อมูลที่ได้จะกลับทิศทางกันหมดเลย ดังนั้นหากเล่นกับสัญญาณอนาล๊อค(เสียง)แล้ว จึงต้องคำนึงถึงด้วยว่า สัญญาณที่ออกมาจากวิทยุรับส่งมันสลับขั้วไหม ?


4
การอับเดทเฟิร์มแวร์ APRSTH ให้ TPLINK-MR3020 โดยผ่านคำสั่ง


ในการอับเดทผ่านคำสั่งในเชลล์คอมมานด์ไลน์นั้น ตัวเร้าเตอร์จะต้องทำงานปกติและเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้อยู่แล้วเท่านั้น ซึ่งเราต้องดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ใหม่จากเว็บไซต์แล้วมาทำการติดตั้งลงไปใหม่ และไม่ควรทำออนไลน์ เพราะเมื่อติดตั้งเสร็จสิ้นแล้วคอนฟิกซ์เดิมจะหายไปทั้งหมด จำเป็นจะต้องตั้งค่าใหม่ทั้งหมด หากไม่ได้อยู่ในเน็ตเวิร์คเดิมจะทำให้เข้าถึงไม่ได้ ต้องสลับสายแลนเป็นต้น มาเริ่มกันเลยด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

1.เปลี่ยนไดเร็คทอรี่ไปพื้นที่แรม
โค๊ด: [Select]
cd /tmp

2.สั่งดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ใหม่มา
โค๊ด: [Select]
wget http://aprs.nakhonthai.net/downloads/aprsth_mr3020.bin

3.สั่งอับเดทเฟิร์มแวร์ใหม่
โค๊ด: [Select]
mtd -r write aprsth_mr3020.bin



4.รอรีบูทเสร็จสิ้น เชื่อมต่อใหม่ด้วยไอพี 192.168.1.1 หรือเข้าหน้าเว็บ http://192.168.1.1 แล้วไปคอนฟิกซ์ใหม่ทั้งหมด


หมายเหตุ
-กรณีอับเดทไม่สมบูรณ์หรือเสียหาย สามารถซ่อมโดยการอับเดทผ่านบูทโหลดเดอร์ได้จากบทความ http://aprs.nakhonthai.net/forum/index.php?topic=18.0
-หากต้องการอับเดทครั้งต่อไป สามารถใช้หน้าเว็บอินเตอร์เฟส อับเดทเฟิร์มแวร์รุ่นใหม่ ๆ ได้เลย หรือจะใช้วิธีคำสั่งนี้ก็ได้

5
จากวิทยุทั้ง 3เครื่อง ใน 3ระบบที่แตกต่างกัน ตามภาพจะเห็นได้ว่า C4FM ใช้แบนวิดธ์ที่สูงกว่าเพื่อน เพราะใช้ความเร็วสูงสุดที่ 9600bps ส่วน D-STAR และ dPMR นั้นใช้ความเร็ว 4800bps แต่ม๊อดดูเล็ตต่างกัน แต่สัญญาณออกจากคลื่นวิทยุจริงๆ แล้ว dPMR ที่ม๊อดดูเล็ตแบบ 4FSK ใช้แบนวิดธ์ที่แคบที่สุด

6
System Fusion (C4FM) / รีวิว FT2DR จากญี่ปุ่น
« เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2015, 10:24:21 PM »
เห็นภาพมานาน รีวิวการใช้งานเพิ่งโผล่มาให้เห็น มาดูว่ามันเทพยังไง ?
หลัก ๆ ที่เห็นคือจอขาวดำ ทัสกรีน เสียบไมค์นอกถ่ายรูปได้ แน่นอนว่าน่าจะรับส่งรูปผ่านระบบดิจิตอลได้

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=jyC62kWaeDk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=jyC62kWaeDk</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=GdSfxCX8PVY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=GdSfxCX8PVY</a>

7
ดูกันง่าย ๆ ด้วยการเอา SDR วัดดูนะครับ
จากภาพยอดด้านซ้ายจะเป็นสัญญาณจากวิทยุ Echolink ในโหมด FM แถบความกว้างการเบี่ยงเบนความถี่ก็ไปตามปริมาณเสียงที่ม๊อดดูเล็ตแบบ FM  ส่วนยอดด้านขวาเป็นสัญญาณจากวิทยุไอค่อมดิจิตอลในระบบ D-STAR ม๊อดแบบ GFSK จะสังเกตุว่ามันกินแถบกว้างแบบเกือบจะคงที่ชัดเจน จะมีเสียงพูดออกไปหรือไม่ก็กินเท่าเดิม และหากวัดดูดี ๆ แล้วจะกินแบนวิดธ์อยู่ไม่เกิน 10KHz

8
ทำไม Dream Box เปิดไปซัก 3 ชั่วโมงแล้วดับไป  <---- หมายถึงหน้าจอทีวีดับไปทั้งหมดเลยรีป่าวครับ ถ้าใช่แสดงว่ามันร้อนจนแฮงค์ ต้องเแกะกล่องหาฮีทซิงค์ติด CPU  หรือดูแอดปเตอร์ด้วยครับ หากไฟไม่พอก็ทำเอาแฮงค์ได้เช่นกัน

9
การปิดซีเรียลพอร์ตระบบบนหน้าเว็บ

สำหรับเฟิร์มแวร์ APRSTH นั้น สามารถใช้ Custom Command สั่งแบบ shell command เหมือนกับสั่งใน terminal ได้ ตัวอย่างนี้เป็นการปิดซีเรียลพอร์ตระบบ เพื่อนำพอร์ตไปใช้ต่อกับ TNC นะครับ

1.ให้ไปยังเมนู System->Custom Command  ให้คลิ๊กตามลำดับในภาพ ในลำดับที่ 3 ให้ใส่ชื่อใด ๆ ลงไป ในลำดับที่ 4 เป็นคำสั่งดังนี้

โค๊ด: [Select]
sed -i 's/::askconsole/#::askconsole/g' /etc/inittab


2.กลับไปยังหน้าหลักใน Dashboard จะได้คำสั่งใหม่ที่เราเพิ่มเข้ามา ให้กด Run ก็จะแสดงผลลัพธ์ออกมาให้


3.ให้รีบูทใหม่ โดยไปยังเมนู System->Reboot คลิีก Perform reboot เป็นอันเสร็จสิ้น

10
การติดตั้งเฟิร์มแวร์ APRSTH บนเร้าเตอร์ TP-Link MR3020

ขอเกริ่นเรื่อง TL-MR3020 ก่อนว่า มันเป็นเร้าเตอร์ 3G ตัวเล็กราคาถูก(800-1500บาท) ประสิทธิภาพสูงที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งได้เคยแนะนำให้เพื่อนสมาชิกได้ใช้งานกันมานานมากแล้วและได้รับความสนใจกันไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่หลายท่านไม่ถนัดกับระบบปฏิบัติลีนุกซ์อาจทำให้สับสนไม่เข้าใจจนกระทั้งติดตั้งใช้งานกันได้ยาก ดังนั้นทางผมเลยช่วยทำอิมเมจสำเร็จเพื่อใช้งานเครือข่าย APRS มาแจกจ่ายให้ไปใช้งานกันได้ง่ายขึ้น

สำหรับหัวข้อนี้จะขอแนะนำการนำเอาตัวเร้าเตอร์ TL-MR3020 ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ ยังไม่ได้ผ่านการปรับเปลี่ยนเฟิร์มแวร์ใด ๆ หรือพูดง่าย ๆ คือแกะกล่อง เลยว่างั้น จะอธิบายเป็นขั้นตอน(Step by Step) โดยเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น APRSTH นี้สามารถติดตั้งเปลี่ยนของเดิมพร้อมใช้งานได้ทันที ในการอับเดทเฟิร์มแวร์เพียงครั้งเดียว และพัฒนาให้ตั้งค่าต่าง ๆ ได้ผ่านหน้าเว็บบริการบราวน์เซอร์

มาเริ่มกันเลย
1.จัดเตรียมเครื่องมือ แน่นอนว่าต้องใช้คอมพิวเตอร์ 1เครื่องพร้อมการ์ดแลนในตัว เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ ให้เรียบร้อย แล้วค่อยปิดอินเทอร์เน็ตออกให้หมด(แนะนำ) ที่แนะนำให้ปิดเพราะบางเครื่องไอพีมันชนกับเร้าเตอร์อินเทอร์เน็ตที่ท่านใช้งานอยู่ ถ้าชำนาญแล้วไม่ว่ากัน หรือจะใช้คอมพิวเตอร์ตัวอื่นดาวน์โหลดใส่แฟลชไดร์มาก็ได้เช่นกัน ในขั้นตอนการติดตั้งนั้นไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเลยนอกจากดาวน์โหลดอิมเมจและซอฟร์แวร์ดังต่อไปนี้

ให้เข้าเว็บ http://aprs.nakhonthai.net แล้วดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์มาคือ APRSTH_MR3020_R001.bin


2.กำหนดไอพีการ์ดแลนในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก่อน เพื่อให้อยู่วงคลาสเดียวกับเร้าเตอร์ โดยในที่นี่เราใช้
IP:192.168.0.100
Netmark:255.255.255.0



3.ต่อสายแลน(สายแบน ๆ กับหัว RJ45) ระหว่างเร้าเตอร์กับคอมพิวเตอร์โดยตรงได้เลย แล้วเสียบปลั๊กไฟ(ที่เป็นสาย USB) ให้เจ้าเร้าเตอร์ตัวน้อย ให้รอสักครู่จนไฟกระพริบติดเกือบหมด แล้วเปิดบราวน์เซอร์(จะเป็น ie,firefox,chome..) ในตัวอย่างเราใช้ Google Chrome แล้วใส่ช่อง URL เป็น http://192.168.0.254 ซึ่งเป็นค่าดีฟอลต์ของเร้าเตอร์ที่มาจากโรงงาน ก็จะขึ้นให้ล๊อกอิน โดยมี ชื่อผู้ใช้ admin และรหัสผ่าน admin เช่นกัน


4.เมื่อล๊อกอินเข้าหน้าเว็บ TP-LINK ได้แล้ว ขั้นตอนนี้เราจะติดตั้งอิมเมจที่เป็น Generic ก่อน ให้เลื่อนหน้าต่างลงไปในแทบ System Tools แล้วคลิ๊กที่ -Firmware Upgrade จากนั้นให้คลิ๊กปุ่ม [เลือกไฟล์]


เมื่อขึ้นหน้าต่างแสดงไดร์ ให้เลือกไฟล์ที่เราได้ดาวน์โหลดมา APRSTH_MR3020_R001.bin แล้วคลิ๊กปุ่ม [Open]


จะได้หน้าต่างที่แสดงชื่อไฟล์ ปรากฏข้าง ๆ ปุ่มเลือกไฟล์ จากนั้นกดปุ่ม [Upgrade]
มันจะขึ้นหน้าต่างถามความมั่นใจอีกครั้ง ให้กดปุ่ม [ตกลง]


ก็จะขึ้นหน้าต่างให้รอ ช่วงนี้ห้ามไฟดับ ทำสายหลุด คอมแฮงค์ ฯลฯ


เมื่อมันอับเกรดเสร็จแล้วก็จะขึ้นให้รีสตาร์ท ..นั่งรอมันต่อไป


สำเร็จแล้ว... เราจะได้อิมเมจของ APRSTH


5.ขั้นตอนนี้เป็นการเข้าใช้งาน โดยเราต้องเปลี่ยนไอพีเครื่องใหม่ให้ตรงกับเฟิร์มแวร์เร้าเตอร์ของเราที่อับเดทเปลี่ยนแปลงไป สำหรับ OpenWrt นั้นค่าไอพีดีฟอลต์มันอยู่ที่ 192.168.1.1 ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนไอพีให้การ์ดแลนกันใหม่อีกครั้ง


เมื่อเปลี่ยนไอพีในคลาสเดียวกันแล้ว ก็ใช้บราวเซอร์เปิดเข้าเว็บ http://192.168.1.1 เราจะพบกับหน้าล๊อกอิน โดยปกติ OpenWrt จะมี Username: root 
Password: admin



เมื่อล๊อกอินสำเร็จก็จะเข้าสู่เว็บเซอร์วิส พร้อมตั้งค่าใช้งานในแบบง่าย ๆ ได้เลย


การตั้งค่าไอเกทด้วย aprx นั้นสามารถตั้งค่าได้บนหน้าเว็บได้แล้ว


ที่เหลือก็ลุยต่อได้เลย ค่าปกติมีไปให้พร้อมทำงานอยู่แล้ว แก้ในส่วนที่ต้องแก้ไขเช่นนามเรียกขานใหม่ ตำแหน่งใหม่เป็นต้น หากยังไม่แก้ไขอะไรแล้วมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว มันจะใช้ค่าเดิมทำงานลิงค์กับเซิร์ฟเวอร์ทันทีดังภาพ


11
มีช่องไหนพอจะว่าง และพร้อมจะย้ายไปความถี่ใหม่(146.00-147.00MHz)(246.00-247.00MHz) กันบ้าง ?
ตอนนี้เล็งไว้ที่ช่อง 65(80Ch) หรือ ช่อง  33(40Ch) หรือความถี่ 245.8000MHz ซึ่งจะได้เริ่มเปิดทดสอบเร็ว ๆ นี้ครับ



12
11 ข้อดีของวิทยุระบบดิจิตอล DV(Digital Voice)/DD(Digital Data)

ด้วยประสบการณ์อันน้อยนิด ที่ได้ทดสอบและลองเล่นมาได้ไม่กี่วัน เลยหยิบข้อดีมันมาฝากกันครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วมีมากกว่านี้ หากท่านใด้มีเพิ่มก็มาช่วยเสริมด้วยนะครับ

1.ใช้แบนด์วิธที่แคบกว่า แคบสุดที่ 6.25KHz ในระบบ DMR/dPMR/P25/D-STAR และ 12.5KHz ในระบบ C4FM(Fusion System) จึงแบ่งช่องได้มากกว่าด้วยเช่นกัน การข้ามช่องข้างเคียงก็น้อยกว่าด้วยเช่น เฟสช่องข้าง ๆ มาทางดิจิตอลมันดีโค๊ดสัญญาณไม่ได้ก็เท่ากับรับไม่ได้ไม่มีเสียงออกลำโพงให้รบกวน ต่างจากอนาล๊อกที่จะมีเสียงกวนออกลำโพงมาให้ได้ยินจนรำคาญให้เกิดปัญหากันวุ่นวายแบบเดิม ๆ

2.รับส่งได้ไกลกว่า ไปไกลกว่าเพราะแบนด์วิธที่แคบกว่าเป็นเหตุหลัก เบนด์วิธที่แคบกว่าทำไมถึงรับส่งไปได้ไกลกว่าแบนด์วิธกว้าง ๆ มีองค์ประกอบด้วยกันหลายสาเหตุ ให้ไปศึกษาเพิ่มเอานะครับ

3.คุณภาพเสียงต่อสัญญาณรบกวนต่ำกว่า เช่นในอนาล๊อกฟังเสียงซ่า ๆ เบา ๆ จับใจความไม่ค่อยได้ แต่ในดิจิตอลยังเสียงดังฟังชัดเหมือนเดิมหากสัญญาณ RF รับไม่ได้ก็จะขาดหายเลย เหมือนกับคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ

4.ส่งข้อความนามเรียกขานขณะคุยพร้อมกันได้ ทำให้คู่สนทนาหรือสถานีอื่น ๆ มองเห็นเป็นตัวอักษรบนหน้าจอแสดงผล ทำให้ไม่ต้องทวนถามคอลซายน์หรือขานคอลซายน์บ่อยครั้งให้เปลืองความถี่ ในบางเครื่องสามารถบันทึกข้อมูลการติดต่อทั้งรับและส่งลงหน่วยความจำโดยอัตโนมัติได้เลยไม่ต้องมานั่งจดล๊อคบุ๊ค และบางเครื่องสามารถบันทึกเสียงสนทนาได้ด้วย

5.ส่งพิกัดตำแหน่งจีพีเอสขณะคุย ทำให้คู่สนทนาหรือสถานีอื่น ๆ ทราบว่าอยู่ตำแหน่งใด ทิศทางใด ระยะทางห่างกันเท่าใด และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าใด เป็นต้น

6.เลือกใช้รีพีทเตอร์หรือเกตเวย์ แม้จะใช้ความถี่เดียวกันในพื้นที่เดียวกัน ผู้ใช้สามารถเลือกได้เองว่าจะให้สถานีรีพีทเตอร์หรือเกตเวย์ใดทำงาน(ปกติก็ต้องเลือกใช้อยู่แล้ว) บางเครื่องสามารถใช้โหมดเลือกอัตโนมัติได้คือ หากเครื่องมันรับสถานีรีพีทหรือเกตเวย์ไหนได้ชัดมากกว่าหรือติดต่อกับสถานีนั้นได้ ก็จะสลับไปใช้สถานีนั้นโดยอัตโนมัติได้เลย

7.ผ่านลิ้งค์รีพีทเตอร์หรือเกตเวย์คุณภาพเสียงคงเดิม รับเข้ามาอย่างไรออกไปอย่างนั้นเพราะมันเป็นข้อมูลดิจิตอล ในอนาล๊อกจะมีปัญหาคุณภาพเสียงไปตามการต่อสายอินเตอร์เฟสเสียงกับวิทยุรับส่ง ในระบบแอ็คโค่ลิ้งค์คงทราบปัญหานี้กันเป็นอย่างดี จะได้ยินคุณภาพเสียงสารพัดรูปแบบตั้งแต่ผู้ส่ง สถานีลิ้งค์ ยันปลายทางผู้รับฟัง

8.เลือกคุยสองต่อสองผ่านเกตเวย์ได้โดยตรงระหว่างสถานีได้ เช่นปกติเราอยู่ห้องรวม(คล้าย ๆ แอ็คโค่ลิ้งค์) เราใช้วิทยุรับส่งกด DTMF ต่อไปคุยกันสองต่อสองได้เลย(ห้องกลางไม่ได้ยิน) เป็นการคุยกันโดยตรงระหว่าง 2สถานีโดยผ่านลิงค์เกตเวย์

9.รับส่งข้อความและภาพได้ ตัวอย่างในระบบ D-STAR ของไอค่อมต้องต่อคอมฯหรือแอนดรอยเพิ่ม แต่ใน System Fusion ของยาอีสุ เล่นบนเครื่องวิทยุได้เลย

10.ไม่เกิดลูปวนเมื่อผ่านลิ้งค์ ในระบบดิจิตอลมันตรวจสอบได้ว่าเป็นข้อมูลที่ซ้ำกันสถานีเดียวกันก็จะเลือกว่าให้ผ่านลิงค์สถานีใด ๆ และมันฉลาดพอที่จะเลือกเอาข้อมูลที่ดีที่สุด หากเป็นอนาล๊อกเช่นแอ็คโค่ลิ้งค์ สถานีลิ้งค์ที่ใช้ความถี่เดียวกันรับส่งถึงกันจะเกิดการลูปวนขึ้นได้(ที่ได้ยินเป็นเสียงสะท้อนยาว ๆ) ซึ่งก็แก้โดยการใส่โทนแต่ก็ลำบากต่อผู้ใช้อีกทอดที่ต้องใส่โทนตาม

11.รีพีทเตอร์หรือเกตเวย์แชร์ ข้อสุดท้ายแต่คงไม่ท้ายสุด ในข้อนี้ผมยังไม่ได้ทดสอบทดลองเป็นเพียงคำบอกกล่าวจากท่านอื่นที่มีประสบการณ์มายาวนาน กล่าวคือ เราสามารถมีสถานีรีพีทเตอร์หรือเกตย์เวย์หลาย ๆ ตัวในพื้นที่เดียวกันความถี่เดียวกัน แล้วให้มันเลือกรับสัญญาณที่ดีสุดได้ เช่่นในอำเภอหนึ่ง ได้ตั้งสถานีรีพีทเตอร์หรือเกตเวย์ ไว้ 10สถานีกระจายไปในแต่ละตำบล เมื่อมีผู้ใช้กดคีย์ส่ง สมมุติว่ารับได้สัก 5สถานี ก็จะส่งข้อมูลไปพร้อม ๆ กัน ทางเกตเวย์ก็จะเลือกอีกทีว่าใน 5สถานีนั้น สถานีใดรับได้ดีที่สุด ก็จะเอาข้อมูลนั้นไปแชร์ออกห้องกลางสนทนาในระบบต่อไป ก็จะทำให้คุณภาพสัญญาณที่แชร์ออกไปยังกลุ่มผู้รับฟัง เป็นสัญญาณที่ดีที่สุดนั่นเอง ซึ่งก็แปลได้ว่าหากขับรถอยู่ มันก็ชัดตลอดการเดินทาง ไม่สวิงวูบ ๆ วาบ ๆ หรือขาดหาย ถ้านึกอะไรไม่ออกก็เหมือนกับคุยมือถือขณะขับรถนั่นละครับ

13
General Knowledge / ความรู้ทั่วไป / Gaussian Frequency Shift Keying (GFSK)
« เมื่อ: เมษายน 19, 2015, 12:59:43 PM »
Gaussian Frequency Shift Keying (GFSK)

The FH PHY uses Gaussian frequency shift keying (GFSK).
  • Frequency shift keying encodes data as a series of frequency changes in a carrier. One advantage of using frequency to encode data is that noise usually changes the amplitude of a signal; modulation systems that ignore amplitude (broadcast FM radio, for example) tend to be relatively immune to noise. The Gaussian in GFSK refers to the shape of radio pulses; GFSK confines emissions to a relatively narrow spectral band and is thus appropriate for secondary uses. Signal processing techniques that prevent widespread leakage of RF energy are a good thing, particularly for secondary users of a frequency band. By reducing the potential for interference, GFSK makes it more likely that 802.11 wireless LANs can be built in an area where another user has priority.
  • The term keying is a vestige of telegraphy. Transmission of data across telegraph lines required the use of a key. Sending data through a modern digital system employs modulation techniques instead, but the word keying persists.
2-Level GFSK

The most basic GFSK implementation is called 2-level GFSK (2GFSK). Two different frequencies are used, depending on whether the data that will be transmitted is a 1 or a 0. To transmit a 1, the carrier frequency is increased by a certain deviation. Zero is encoded by decreasing the frequency by the same deviation. Figure 11-5 illustrates the general procedure. In real-world systems, the frequency deviations from the carrier are much smaller; the figure is deliberately exaggerated to show how the encoding works.

The rate at which data is sent through the system is scalled the symbol rate. Because it takes several cycles to determine the frequency of the underlying carrier and whether 1 or 0 was transmitted, the symbol rate is a very small fraction of the carrier frequency. Although the carrier frequency is roughly 2.4 billion cycles per second, the symbol rate is only 1 or 2 million symbols per second.



Figure 11-5. 2-level GFSK


Frequency changes with GFSK are not sharp changes. Instantaneous frequency changes require more expensive electronic components and higher power. Gradual frequency changes allow lower-cost equipment with lower RF leakage. Figure 11-6 shows how frequency varies as a result of encoding the letter M (1001101 binary) using 2GFSK. Note that the vertical axis is the frequency of the transmission. When a 1 is transmitted, the frequency rises to the center frequency plus an offset, and when a 0 is transmitted, the frequency drops by the same offset. The horizontal axis, which represents time, is divided into symbol periods. Around the middle of each period, the receiver measures the frequency of the transmission and translates that frequency into a symbol. (In 802.11 frequency-hopping systems, the higher-level data is scrambled before transmission, so the bit sequence transmitted to the peer station is not the same as the bit sequence over the air. The figure illustrates how the principles of 2GFSK work and doesn't step through an actual encoding.)



Figure 11-6. GFSK encoding of the letter M


4-Level GFSK

Using a scheme such as this, there are two ways to send more data: use a higher symbol rate or encode more bits of information into each symbol. 4-level GFSK (4GFSK) uses the same basic approach as 2GFSK but with four symbols instead of two. The four symbols (00, 01, 10, and 11) each correspond to a discrete frequency, and therefore 4GFSK transmits twice as much data at the same symbol rate. Obviously, this increase comes at a cost: 4GFSK requires more complex transmitters and receivers. Mapping of the four symbols onto bits is shown in Figure 11-7.



Figure 11-7. Mapping of symbols to frequencies in 4GFSK



With its more sophisticated signal processing, 4GFSK packs multiple bits into a single symbol. Figure 11-8 shows how the letter M might be encoded. Once again, the vertical axis is frequency, and the horizontal axis is divided into symbol times. The frequency changes to transmit the symbols; the frequencies for each symbol are shown by the dashed lines. The figure also hints at the problem with extending GFSK-based methods to higher bit rates. Distinguishing between two levels is fairly easy. Four is harder. Each doubling of the bit rate requires that twice as many levels be present, and the RF components distinguish between ever-smaller frequency changes. These limitations practically limit the FH PHY to 2 Mbps.



Figure 11-8. 4GFSK encoding of the letter M


 


 

14
D-STAR / ทดสอบ D-STAR Hotspot (โปรเจ็คต้นแบบ)
« เมื่อ: เมษายน 15, 2015, 11:58:09 AM »
ทดสอบดีสตาร์ฮอตสปอต โดยใช้โปรเจ็ค DVSP2 ต่อกับ Banana Pi หน้าจอแสดงผล LCD แสดงให้เห็นว่าผ่านเกตเวย์ใด ใครกำลังพูดอยู่ เป็นต้น ไม่ต้องต่อวิทยุรับส่งเพิ่ม มีเท่าที่เห็น ส่วนเสียงที่ได้ยินนั้น ใช้วิทยุ ICOM IC2200-T เปิดฟังไว้ต่างหากที่ความถี่ 145.7875MHz และกดคีย์เข้าคุยได้เลย

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=2ncHTRCEFbs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=2ncHTRCEFbs</a>

15
D-STAR / ทดสอบ DVSP+BananaPi บนระบบ D-STAR
« เมื่อ: เมษายน 15, 2015, 11:53:42 AM »
D-STAR Hot spot on VHF 145.7875Mhz testing. DVSP link to Banana Pi.
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=ZySDD1V13Qw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=ZySDD1V13Qw</a>

หน้า: [1] 2 3 ... 6